
เป็นหนึ่งในตลาดเป้าหมายใหม่ที่มีศักยภาพสูงต่อการท่องเที่ยวของไทย ทั้งจากกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวรัสเซียที่เพิ่มขึ้น เพราะได้รับผลดีจากราคาน้ำมันที่ทรงตัว ประกอบกับประชากรรัสเซียซึ่งมีมากถึง 143 ล้านคน มีแนวโน้มเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศมากขึ้นหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบ ด้วยศักยภาพของนักท่องเที่ยวรัสเซียดังกล่าว ประกอบกับการที่ประเทศไทยเป็น 1 ใน 20 ประเทศ ที่ชาวรัสเซียนิยมเดินทางมาท่องเที่ยว ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเฉลี่ย 93,000 คนต่อปี มีระยะเวลาพักเฉลี่ยนานถึง 12 วัน สามารถสร้างรายได้จาก การท่องเที่ยวให้กับประเทศไทยสูงถึง 3,800 ล้านบาทต่อปี จึงเป็นโอกาสของไทยที่จะรองรับการขยายตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย
พฤติกรรมนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย มีดังนี้
รสนิยมของนักท่องเที่ยวรัสเซีย
ด้านที่พักและการใช้จ่าย ชาวรัสเซียเป็นผู้บริโภคที่มีรสนิยมดี และยินดีที่จะจ่ายเงินเพื่อแลกกับบริการที่สะดวกสบายและมีคุณภาพนักท่องเที่ยวรัสเซียจึงนิยมเลือกพักโรงแรมและรีสอร์ทที่หรูหรา มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เลือกรับประทานอาหารชั้นดี ราคาแพรวมทั้งใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าคุณภาพดีทั้งนี้ชาวรัสเซียเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีการใช้จ่ายในการท่องเที่ยวสูงเป็นอันดับ 9 ของโลก
ด้านสถานที่ท่องเที่ยว สหพันธรัฐรัสเซียมีสภาพภูมิอากาศที่หนาวเย็น และภูมิประเทศส่วนใหญ่ไม่มีทางออกสู่ทะเลนักท่องเที่ยวรัสเซียส่วนใหญ่จึงนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวในสถานที่อบอุ่น โดยเฉพาะหาดทราย และชายทะเล
ด้านกิจกรรมท่องเที่ยว กิจกรรมท่องเที่ยวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวรัสเซียได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะชาวรัสเซียที่พำนักอยู่ในเมืองใหญ่กลุ่มนักธุรกิจและนักลงทุนที่มีรายได้สูงคือกิจกรรมที่มุ่ง
ตอบสนองความสนใจเฉพาะด้านอาทิ กอล์ฟ ดำน้ำ กิิจกรรมเพื่อสุขภาพ และสปานอกจากนี้การเข้าร่วมงานแสดงสินค้าและงานประชุมสัมมนาเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่นักท่องเที่ยวรัสเซียให้ความสนใจและมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีการใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าสูงกว่านักท่องเที่ยวกลุ่มอื่น
อุปสรรคในการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยของนักท่องเที่ยวรัสเซีย
ข้อจำกัดด้านวีซ่า
การที่ประเทศไทยกำหนดให้นักท่องเที่ยวรัสเซียต้องทำวีซ่าเพื่อใช้เดินทางเข้าประเทศไทย นักท่องเที่ยวรัสเซียบางส่วนจึงเลือกเดินทางไปยังประเทศที่ไม่ต้องใช้วีซ่าในการเดินทางเข้าประเทศ อย่างไรก็ตามมื่อเดือนธันวาคม2548ประเทศไทยและสหพันธรัฐรัสเซียได้ร่วมลงนามข้อตกลงเตรียมยกเลิกวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวระหว่างกันปัจจุบันแต่ละประเทศอยู่ระหว่างการพิจารณาในรายละเอียดก่อนที่จะมีผลบังคับใช้
คู่แข่งทางการตลาด
คู่แข่ง นักท่องเที่ยวรัสเซียนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศแถบยุโรปตะวันออก และแอฟริกา โดยเฉพาะตุรกี และอียิปต์ (สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับ 1 และ 2 ของนักท่องเที่ยวรัสเซีย ตามลำดับ เนื่องจากประเทศต่าง ๆดังกล่าวอยู่ไม่ไกลจากสหพันธรัฐรัสเซียและมีการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในตลาดรัสเซียอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านของไทย เช่น เวียดนามเริ่มมีนักท่องเที่ยวรัสเซียสนใจ เข้าไปท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมาก เนื่องจากเวียดนามมีชายทะเลที่สวยงามหลายแห่งคล้ายกับชายทะเลของประเทศไทประกอบกับเวียดนามมีการเปิดเสรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวรัสเซีย
ทั้งนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมีแผนกระตุ้นตลาดรัสเซียด้วยการประชาสัมพันธ์ประเทศไทย ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นผ่านกิจกรรมต่าง ๆ อาทิการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าทางการท่องเที่ยวรัฐรัสเซียและ การเชิญสื่อมวลชนจากสหพันธรัฐรัสเซียเข้ามาถ่ายทำสารคดีในประเทศไทย เพื่อนำไปเผยแพร่ต่อชาวรัสเซีย รวมทั้งการเพิ่มเที่ยวบินตรงจากรัสเซียถึงประเทศไทย โดยตั้งเป้าว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวรัสเซียให้เดินทางมาประเทศไทยได้มากถึง 126,000 คน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 6,157 ล้านบาท






การสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและความมั่นคงทางสังคมอย่างยั่งยืน ในส่วนการเพิ่มสมรรถนะและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างการผลิตและการค้าของประเทศให้ดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน ในการที่จะใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดมูลค่าเพิ่มในทุกขั้นตอนของการผลิตและการตลาด ในขณะเดียวกันต้องคำนึงถึงการผสมผสานและความสอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยการสนับสนุนและผลักดันให้เกิดการเพิ่มผลผลิตอย่างเป็นขบวนการในระดับชาติ การมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายในกระบวนการทำงาน การแบ่งปันประโยชน์ร่วมกันของทุกฝ่ายในสังคม สนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมให้สามารถพึ่งพาตนเอง รวมถึงการรับถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ทันสมัยจากธุรกิจขนาดใหญ่ โดยผสมผสานภูมิปัญญาไทยกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสมัยใหม่ การพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง และการปรับปรุงประสิทธิภาพ คุณภาพและความรวดเร็วของบริการโครงสร้างพื้นฐาน ควบคู่ไปกับการพัฒนาความเชื่อมโยงด้านเศรษฐกิจและสังคมเพื่อบรรลุผลประโยชน์ร่วมกันกับประเทศเพื่อนบ้าน
ดังนั้นจึงเป็นโอกาสทางธุรกิจของผู้ผลิตสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ที่ต้องเร่งพัฒนาสินค้า ทั้งด้านคุณภาพและมาตรฐานระดับสากล เพื่อสร้างความเชื่อถือต่อผู้บริโภค โดยผสมผสานวัฒนธรรม ภูมิปัญญากับเทคโนโลยี นวัตกรรม และพัฒนารูปแบบการนำเสนอความโดดเด่น เรื่องราวของสินค้าให้เกิดการรับรู้ต่อผู้บริโภคเพื่อให้เกิดการสร้างคุณค่าในตัวสินค้า สามารถเพิ่มมูลค่าและลดอุปสรรคการแข่งขันทางด้านราคา ให้ความสำคัญและตระหนักถึงการสร้างตรายี่ห้อสินค้าให้เป็นที่ยอมรับ ทั้งนี้ผู้ผลิตจำเป็นต้องกำหนดตำแหน่งทางการตลาดของสินค้าและลูกค้ากลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน ศึกษารสนิยมและพฤติกรรมการบริโภค และผลิตสินค้าให้สอดคล้องต่อความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งผู้ผลิตที่ยังไม่มีความชำนาญอาจแลกเปลี่ยนความรู้กับนักการตลาดและนักพัฒนาผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม เพื่อพัฒนาตนเองจากผู้ผลิตที่ตอบสนองต่อความต้องการระดับท้องถิ่น ให้ยกระดับไปสู่ผู้ผลิตที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคในระดับสากล และสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ผลิต OTOP คือ การพัฒนาศักยภาพในการดำเนินธุรกิจที่สร้างความน่าเชื่อถือแก่ลูกค้า คู่สัญญา หรือแม้กระทั่งสถาบันการเงิน โดยพัฒนาการบริหารจัดการให้มีมาตรฐานและเป็นระบบ มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและเพิ่มช่องทางการตลาดที่สามารถเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย พัฒนาความสามารถในการรองรับคำสั่งซื้อที่มีปริมาณมาก โดยเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ผลิตทั้งในรูปแบบกลุ่มที่ผลิตสินค้าประเภทเดียวกัน และกลุ่มที่ผลิตสินค้าสนับสนุนในห่วงโซ่อุปทาน นอกจากนี้อาจเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจต่างๆเพื่อสนับสนุนและเป็นช่องทางการเข้าถึงลูกค้าและเข้าสู่ตลาดอาเซียน อาทิ เครือข่ายนักประชาสัมพันธ์/ส่งเสริมการท่องเที่ยว เครือข่ายผู้ส่งออกสินค้า สมาคมการค้าต่างๆ เป็นต้น