เศรษฐกิจของรัสเซียโดยรวมมีความแข็งแกร่งกว่าประเทศที่สำคัญหลายประเทศโดยเฉพาะประเทศในเขตยูโรโซนในช่วงปีที่ผ่านมา ติดตามภาพรวมทางเศรษฐกิจของรัสเซีย ปัจจัยที่ส่งผลกระทบทางบวกต่อเศรษฐกิจ ความเคลื่อนไหวที่สำคัญในด้านเศรษฐกิจในช่วงปี 2554 และแนวโน้มของเศรษฐกิจรัสเซียในปี 2555 ได้ดังต่อไปนี้ เศรษฐกิจรัสเซียมีอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ร้อยละ 4.1 ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ดี และเป็นการขยายตัวอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าเศรษฐกิจรัสเซียได้ฟื้นฟู จากปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจอย่างรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2551ดัชนีทางเศรษฐกิจระดับมหภาคส่วนใหญ่เป็นไปในทางบวก อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับ ร้อยละ 6.1 ซึ่งไม่ต่ำนัก แต่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ 20 ปีของรัสเซีย การกู้ยืมจากต่างประเทศอยู่ในระดับที่ต่ำสุดในหมู่ประเทศ
อุตสาหกรรมชั้นนำและสัดส่วนหนี้สินต่างประเทศเพียงร้อยละ10 ของ GDP ในด้านการผลิตภาคอุตสาหกรรม รัสเซียสามารถเพิ่มผลผลิตได้ร้อยละ 4.7 เป็นลำดับที่สี่รองจากประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ คือ จีน อินเดีย และเยอรมัน ตามลำดับ ภาคการเกษตรและภาคการก่อสร้าง ต่างมีอัตราการขยายตัวที่สูงขึ้น ในระดับร้อยละ 16.1 และ 4.8 ตามลำดับ ในด้านการค้าระหว่างประเทศ ณ เดือนพฤศจิกายน 2554 รัสเซียได้เปรียบดุลการค้ากับคู่ค้าทั่วโลกรวม 78 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และในส่วนการค้ากับประเทศไทย ซึ่งมีมูลค่าอยู่ที่ 3.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และขยายตัวที่ร้อยละ 147.7 ต่อปี รัสเซียเป็นฝ่ายเสียดุลเล็กน้อย เศรษฐกิจของรัสเซียโดยรวมมีความแข็งแกร่งกว่าประเทศที่สำคัญหลายประเทศโดยเฉพาะประเทศในเขตยูโรโซนในช่วงปีที่ผ่านมา
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบทางบวกต่อเศรษฐกิจราคาน้ำมันในตลาดโลกในปีที่ผ่านมา รัสเซียสามารถผลิตและส่งออกน้ำมันมากที่สุดในโลกและด้วยสถานการณ์ด้านน้ำมันของตลาดโลกที่ทำให้ราคาน้ำมันดิบสูงโดยเฉลี่ย 113 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้รัสเซียสามารถนำเข้าเงินตราจากการส่งออกน้ำมันได้มากถึง 1.6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และเมื่อรวมถึงการส่งออกก๊าซธรรมชาติ ซึ่งรัสเซียก็เป็นผู้ผลิตและส่งออกสูงสุดของโลก ทำให้การค้าระหว่างประเทศมีภาวะเกินดุล และรายได้จำนวนมากจากการส่งออกพลังงานดังกล่าวส่วนหนึ่งถูกนำไปสะสมในเงินสำรองระหว่างประเทศซึ่งปัจจุบันมีมากถึง 500,000 ล้านบาท เป็นอันดับที่สามของโลกรองจากจีนและญี่ปุ่น การบริหารงบประมาณแผ่นดินรัฐบาลได้เน้นการสร้างอุปสงค์ภายในประเทศอย่างต่อเนื่องโดยมุ่งเน้นการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ เพื่อสนับสนุนการลงทุน ทำให้การลงทุนในภาคการผลิตขยายตัวร้อยละ 6 ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลโดยตรงมาจากภาวะเศรษฐกิจระดับมหาภาคที่เอื้ออำนวยและภาคประชาชนมีการใช้จ่ายที่สูง กอร์ปกับมียอดเงินลงทุนไหลเข้าในช่วงปลายปี
ประเทศรัสเซียถือว่าประเทศใหม่สำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถึงแม้ว่าจำนวนประชากรรัสเซียจะมีจำนวนมาก
“รัสเซีย” ถือเป็นตลาดท่องเที่ยวเนื้อหอมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคยุโรปของไทย ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวมากถึง 1.9 ล้านคน เมื่อปี 56 ที่ผ่านมา ทำให้กอบโกยรายได้อย่างเต็มไม้เต็มมือ เพราะเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มใช้เงินไม่อั้น เพราะรักการบันเทิงในทุกรูปแบบ ทั้งกิน ทั้งดื่ม ทั้งช้อป ทั้งสปา ล่าสุด “ตลาดรัสเซีย” กลับต้องเผชิญปัญหาเศรษฐกิจในประเทศ จากปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างยุโรปและสหรัฐอเมริกา ทำให้ค่าเงินรูเบิลอ่อนค่าและผันผวนอย่างมากกับทุกสกุลเงินทั่วโลกเช่น เมื่อเทียบกับเงินไทย 1 รูเบิล เท่ากับ 0.60-0.90 บาท ของไทยจากแต่ก่อนอยู่ที่กว่า 1.4 บาท ทำให้การตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศของชาวรัสเซียยากขึ้น เพราะมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น และช่วงนี้รัฐบาลของรัสเซียเองกำลังรณรงค์ให้ชาวรัสเซียท่องเที่ยวภายในประเทศ ประกอบกับระยะหลังไทยเริ่มมีคู่แข่งการท่องเที่ยวของชาวรัสเซียในแถบเอเชียด้วยกันเอง อย่าง “เวียดนาม” แม้ตัวเลขการท่องเที่ยวยังจะไม่สูงมาก อยู่ในหลักแสนคนแต่ก็เริ่มก้าวกระโดดอย่างมีนัย จาก 100,000 คนเริ่มเป็น 400,000 คน ภายในระยะเวลาสั้น ๆ หลังจากบริษัททัวร์ยักษ์ใหญ่ของรัสเซีย อย่างบริษัท เปกัส ที่แต่ละปีขนนักท่องเที่ยวมาไทยเกือบ 600,000 คนเริ่มหันมาทำตลาดที่เวียดนามมากขึ้น
นับตั้งแต่รัสเซียได้เข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก(WTO) อย่างเป็นทางการ ปัจจุบันรัฐบาลรัสเซียมีนโยบายเปิดรับการค้าการลงทุนจากต่างประเทศ และกำลังเดินหน้าเตรียมพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับนานาชาติหลายงานในอนาคตอันใกล้ ส่งผลให้ตลาดรัสเซียโดยรวมมีแนวโน้มที่จะมีความต้องการสินค้าและบริการเพิ่มสูงขึ้น ด้วยโอกาสและศักยภาพทางเศรษฐกิจของรัสเซียดังกล่าว สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก ได้เสนอรายการสินค้าไทยที่มีศักยภาพในรัสเซียสำหรับผู้ส่งออกของไทย ที่สำคัญมี ดังนี้
รัสเซียมีทรัพยากรธรรมชาติต่างๆมากมาย







